ซิวแชมป์กลุ่มดี! สเตอร์ลิงเบิ้ลพาเรือแซงสิงห์หนุ่มสุดมัน 4-2

แมนฯ ซิตี้พลิกสถานกาณ์จากที่โดนทีมเยือนบุกมานำ 1-2 แต่กลับมาเอาชนะ 4-2 ได้สำเร็จ ส่งผลให้ทีมเรือใบเข้ารอบเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม ส่วนกลัดบัคชวดอันดับสามอดไปเล่นยูโรป้าลีก


เจ้าบ้านวันนี้สถานะของทีมนั้นเข้ารอบแน่นอนแล้วเพียงแต่ต้องลุ้นให้ยูเวนตุสแพ้เซบีย่าเพื่อส่งให้ทีมเรือใบสีฟ้าที่สามารถเก็บสามแต้มได้ขยับขึ้นไปเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่ม โดยวันนี้กลิชี่ถูกจับมายืนเป็นแบ็คซ้ายจำเป็นและกองกลางได้ยาย่า ตูเร่กลับมายืนเป็นจอมทัพ โดยกองหน้ามีซิลบา, สเตอร์ลิงและเดอ บรอยน์เป็นกำลังสำคัญในการลุ้นประตู
ส่วนทางด้านโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัคทีมเยือนวันยังต้องลุ้นเก็บแต้มเพื่อไปเล่นยูโรป้าลีกแข่งกับทางเซบีย่า ทีมอันดับ 4 ในนัดสุดท้าย โดยอังเดร ชูแบร์กุนซือยังคงใช้ 11 ตัวจริงชุดเดิมจากเกมที่เอาชนะบาร์เยิร์น มิวนิคได้เมื่อตอนสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งใช้สตินเดิลยืนหน้าคู่กับราฟาเอล และมีกรานิต ชาก้าทำเกมเป็นตัวหลักในแดนกลาง
ช่วงต้นเกมเป็นทางฝั่งทีมเยือนที่เดินหน้าเข้ากดดันใส่แมนฯ ซิตี้เป็นส่วนใหญ่แต่ยังไม่มีจังหวะที่ชัดเจนมากนัก ยังเสมอกันอยู่ 0-0
Goal!!!! นาทีที่ 16 แมนซิตี้ก็มาได้ประตููขึ้นนำจากจังหวะที่ราฮีม สเตอร์ลิ่งได้บอลหน้าเขตโทษแล้วตอกส้นต่อให้ซิลบาวิ่งทะลุขึ้นไปรับบอลแล้วซัดด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปเกินกว่าที่ซอมเมอร์จับรับได้ แมนฯ ซิตี้ 1-0 กลัดบัค
Goal!!!! เสียประตูไม่ทันไร กลัดบัคก็มาได้คืนทันควันในนาทีที่ 19 ทันที จากจังหวะที่ลาร์ส สตินเดิลลากบอลขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทษก่อนป้ายออกเสาสองให้จูเลียน คอร์บเติมขึ้นมาซัดทันทีบอลเสียบเสาสองเข้าไปให้ทีมเยือนตีเสมอได้เป็น 1-1
ทีมเรือใบสีฟ้ามาได้จังหวะลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 32 จากสเตอร์ลิงที่รับบอลจากแฟร์นันดินโญทางฝั่งซ้ายก่อนจะปั่นด้วยเท้าขวาแต่บอลโค้งข้ามคานออกไป
Goal!!!! เกมยังสูสีเรื่อยๆ จนกระทั่งนาทีที่ 42 ทีมเยือนกลับมาได้ประตูแซงขึ้นนำจากการที่กลัดบัคทำเกมขึ้นมาทางฝั่งซ้ายโดยเวนดท์อีกครั้งแล้วผ่านบอลเข้ากลางให้สตินเดิลยิงประตูแต่ไปแฉลบกองหลังแมนฯ ซิตี้แต่มาเข้าทางราฟาเอลแปตามน้ำเข้าประตูไปให้ทีมจากเยอรมันขึ้นนำ 1-2 และครึ่งแรกจบลงด้วยสกอร์เท่านี้
ครึ่งหลังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นกันทั้งสองทีม และผลคู่ยูเวนตุสกับเซบีย่ายังเสมอกันอยู่ 0-0 ทำให้สถานการณ์ขณะนี้กลัดบัคจะยังคงได้อันดับสามไปเล่นยูโรป้าลีก และยูเวนตุสยึดสถานะแชมป์กลุ่มเหมือนเดิม
แมนฯ ซิตีได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 62 โดยบอลถูกต่อขึ้นมาถึงสเตอร์ลิงทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษก่อนปีกตัวจี๊ดจะลากเลื้อยตัดเข้าในแล้วปล่อยให้ซิลบาเล่นต่อจากนั้นซัดด้วยซ้ายแต่บอลเบาเกินไปเข้ามือของยานน์ ซอมเมอร์
นาทีที่ 65 เปเยกรินี่เปลี่ยนเอาวิลฟริด โบนี่ลงมาแทนเควิน เดอ บรอยน์ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในแดนหน้าหวังทวงประตูคืนให้ได้
Goal!!!! ทีมเรือใบสีฟ้ามาได้ประตูตีเสมอจนได้ในนาทีที่ 80 จากจังหวะที่กลิชี่เติมขึ้นมาด้านขวาก่อนผ่านบอลเข้ากลางให้โบนี่วิ่งเข้าแปบอลแต่ไม่โดนก่อนบอลไหลมาถึงสเตอร์ลิงยิงเข้าไปให้แมนฯ ซิตี้ ตีเสมอเป็น 2-2 ซึ่งสถานการณ์ตรงนี้เซบีย่าที่ยิงนำยูเวนตุสได้ขยับขึ้นเป็นที่สามแทนกลัดบัคได้โควต้าไปเล่นยูโรป้าลีก
Goal!!! ทิ้งช่วงไม่นานจนนาทีที่ 85 ทีมเจ้าบ้านก็แซงนำได้สำเร็จจากการที่กองกลางของเจ้าถิ่นต่อบอลขึ้นมาก่อนจะเป็นโคราลอฟเล่นบิลกับสเตอร์ลิงทางด้านซ้านก่อนผ่านเข้าในติดกองหลังแต่ยังมีโบนี่ทียิงจังหวะแรกไม่ดีไปติดกองกลังอีกครั้ง แต่ยังซ้ำดาบสองได้เข้าไปให้ทีมของเปเยกรินี่นำ 3-2 ส่งทีมตนเองขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มแทนยูเวนตุส
ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 85 เจ้าบ้านมาได้ประตูปิดกล่องจาก วิลเฟรด โบนี ทำให้จบเกมแมนฯ ซิตี้ทำได้เอาชนะกลัดบัคไป 4-2 เก็บสามแต้มและยึดอันดับหนึ่งของกลุ่มได้สำเร็จ และส่งทีมเยือนตกรอบไม่สามารถทำอันดับสามไปเล่นยูโรป้าลีกได้ โดยจะเป็นทางฝั่งเซบีย่าที่เอาชนะยูเวนตุสได้และได้โควต้าตรงนี้ไปแทน

ขอบคุณข่าวจาก http://www.goal.com/th/match/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89-vs-%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2-%E0%B8%A1%E0%B8%B6%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%84/2146815/report
Share on Google Plus

About Thekop

    Blogger Comment
    Facebook Comment